Wednesday, October 8, 2008

A little Trick

Trick for Excellence when you learn

1. Have responsible in yourself.
2. Good start
3. Decide target when you learn
4.Make plan and management
5.Have discipline with yourself
6.Please practise yourself all time
7. To be alert for start class
8. Have concentration with lesson
9. Have an eager
10. Have a good health
11. Happy when you learn























3 comments:

Tassaneeya Tongngern said...

Thank you for information.But everybody has own style. For me i use 1. Gradual 2. Repetition 3. Reinforcement 4. Active Learning 5.Practice 6. Stimulus Control. If who interested can use my trick or mix of both. up to u !

Anonymous said...

I think, learners usually use many strategies to learn. Thank you for your tricks.

Suchin said...

I agree with you. There are many tricks for excellence when learning. I want to share some tricks from the book. I read a book อัจฉริยะ...เรียนสนุก of Wanisa Raze. She suggests that... (In Thai Version)ข้อคิดที่ได้จากการอ่านหนังสืออัจฉริยะ...เรียนสนุก
หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมเอาเทคนิคต่าง ๆ ที่ผู้เขียน (หนูดี วนิษา เรซ) ใช้สมัยเรียน ทั้งที่มหาวิทยาลัยแมริแลนด์และที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งทำให้ผู้เขียนมีความสุขกับการเรียนแบบง่าย ๆ และได้ใช้ชีวิตครบ..กลมรอบ และยังได้ทำประโยชน์กับสังคมอีกด้วย

ผู้เขียนได้ให้นิยามของจุดมุ่งหมายของการศึกษาไว้ว่า “การเรียนเก่งต้องไม่ทำร้ายสมองและสุขภาพจิต เพราะจุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดของการศึกษาก็คือการทำให้มนุษย์มีความสุข มีปัญญาและมีความเอื้ออาทรกัน” นอกจากนี้ยังยึดหลัก “Train Hard, Fight Easy.” แปลได้ว่า “จงฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง แต่ต่อสู้แบบสบาย ๆ”

ผู้เขียนได้แนะนำไว้ว่าบุคคลที่ควรอ่านหนังสือเล่มนี้คือ “คนที่ไม่มีเวลา” ซึ่งผู้เขียนตั้งใจเขียนขึ้นสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ต้องเรียนหนักมาก ต้องการหาเทคนิคใหม่ ๆ ที่ได้ผลมาเป็นตัวช่วย และไม่มีเวลาที่จะอ่านหนังสือ ยิ่งเทคนิคการเรียนของเราดีเท่าไร เรายิ่งใช้พลังสมองมากเท่านั้น แต่การใช้พลังสมองอย่างมีระบบและประหยัดเวลาทำให้เราทำงานได้ดีขึ้นในเวลาที่สั้นลง แถมด้วยจิตใจที่สดใสมากขึ้น

การที่จะทำได้ดีแบบนี้ต้องปรับเปลี่ยนความเคยชินบางอย่างที่ไม่เกิดประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ควรเดินสายกลาง และจะส่งผลให้เรา “เรียนเป็น” และเกิดการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ด้วยทักษะของการเป็นนักเรียนมืออาชีพ การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่ในห้องเรียนหรือวัยเรียนเท่านั้น ถ้าเรามี “เครื่องมือการเรียนรู้ที่ถูกต้อง” ทั้งหมดอยู่ที่ตัวเรา

นอกจากข้อคิดเรื่องการเรียน ผู้เขียนยังแนะนำเรื่องของการอยู่ฐานะของผู้ให้ “จ่ายคืนไปข้างหน้า ไม่ต้องจ่ายคืนย้อนหลัง” คุณครูของผู้เขียนได้สอนไว้ว่า “ถ้ารักครู อย่ามาคืนให้ครู ขอให้ลูกศิษย์ออกไปคืนให้สังคม เพราะการให้คืนสังคม คือคำบอกรักจากลูกศิษย์ คือคำบอกรักจากลูกศิษย์ที่ครูต้องการที่สุด”

ผู้เขียนได้ให้ความเข้าใจของสมองมนุษย์โดยทั่วไปว่า สมองของคนทั่วไปนั้นมีความแตกต่างในเชิงศักยภาพไม่มากนัก ยกเว้นมีความบกพร่องทางพันธุกรรมจริง ๆ สมองเราจะดีได้ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลักคือ 1. เราเข้าใจสมองของเราอย่างถูกต้องจริง ๆ 2. มีความตั้งใจและพยายามในการพัฒนาอย่างแน่วแน่ “เพราะยิ่งเรารู้จักสมองมากเท่าไร เรายิ่งใช้เขาได้ดีเท่านั้น” แต่ปัจจุบันคนใช้ชีวิตวันต่อวันให้หมดไป ผ่านไปโดยไม่ได้มีโอกาสรู้เลยว่ามีขุมทรัพย์มหาศาลซ่อนอยู่ในสองของเขาเอง

มีงานวิจัยยืนยันว่า การฝึกฝนและการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอนั้นสามารถทำให้สมองของเรามีประสิทธิภาพดีขึ้นได้อย่างมาก สมองเป็นเพียงต้นทุนเท่านั้น แต่ผลกำไร มาจากความพยายาม

ข้อคิดเรื่องความจำ การจัดเวลาพักผ่อนนอนหลับให้สมดุล ช่วยสร้างความทรงจำระยะยาวได้

อารมณ์ดีก็มีผลต่อการเรียน ภาวะที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนคือ ภาวะอารมณ์สงบแต่ตื่นตัว (Relaxed Alertness) “ถ้าหากอารมณ์ไม่ปรกติ สมองส่วนคิดก็ไม่สามารถทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพได้”

สมองของคนทำงานตลอดเวลา โดยเฉพาะจิตใต้สำนึก ดังนั้นควรจัดสภาพแวดล้อมให้ดีและเหมาะสมก่อนลงมือทำงานหรือเรียน
การฝึกท่ายืนและท่านั่งใหม่ เป็นหนึ่งในวิธีป้อนพลัง (ออกซิเจน) ให้สมอง การฝึกหายใจให้ถูกต้องยิ่งเป็นสิ่งที่ควรทำ โดยการหายใจเข้า – ออกลึก ยาว (หายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องยุบ)

สมองส่งข้อมูลและทำงานเป็นคลื่น ที่เรียกว่า คลื่นสมองซึ่งแบ่งได้ดังนี้
คลื่นเบต้า เป็นคลื่นขณะเราทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวเดินไปเดินมา / เมื่อเราตื่นนอนมาตอนเช้าและพร้อมลุกจากเตียง เหมาะสำหรับการทำงานของความทรงจำระยะสั้น ๆ บันทึกข้อมูลใหม่ ๆ
คลื่นอัลฟ่า เป็นคลื่นสำหรับคนอยากท่องจำหรือท่องหนังสือ หรือคิดงานสร้างสรรค์ เป็นคลื่นคนใจสงบ สามารถทำได้โดยการนิ่ง ๆ หายใจลึก ๆ ฟังเพลงเบา ๆ นับลมหายใจเข้า – ออกสักพัก
คลื่นธีต้า เป็นคลื่นฌานปัญญา เป็นคลื่นที่เราสามารถดึงข้อมูลออกมาจากจิตใต้สำนึกได้ ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์ชั้นสูง ฝึกโดยการนั่ง “สมถกรรมฐาน”
คลื่นเดลต้า เป็นคลื่นเชื่องช้าที่สุดและจะเกิดเมื่อเรานอนหลับสนิท การนอนหลับลึกดีกับสมองและบำรุงสมองส่วนจำมาก

ส่วนที่ 2 ทักษะสมองที่จำเป็นต้องใช้ในการเรียน
ทักษะการอ่านเร็ว
ทักษะการจดโน้ตที่ทรงพลัง
ทักษะการจำแม่น จำได้นาน จำได้ทุกรายละเอียดที่สำคัญ
ทักษะการฟังอย่างมีคุณภาพ
ทักษะการอ่านเร็วสามารถทำได้ดังนี้ คือ
1. มองภาพรวมทั้งเล่ม ศึกษาว่าน่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร คนเขียนเขียนให้ใคร มีเป้าหมายอะไร
2. อ่านสารบัญว่ามีหัวข้อเกี่ยวกับอะไรบ้าง
3. จินตนาการว่าจะมีอะไรน่าตื่นเต้น
4. เปิดผ่านเร็ว ๆ ประมาณหน้าละหนึ่งวินาที (ให้จินตนาการเห็นตัว X ใหญ่ ๆ อยู่กลางหน้าหนังสือ)
5. เปิดอ่านหัวข้อใหญ่ในหน้าต่าง ๆ สำรวจว่าหัวข้อไหนรู้แล้ว และไม่รู้ เพื่อเกิดคำถามในใจและสร้างแรงจูงใจการอ่าน
6. อ่านเจาะลึกหัวข้อที่ยังไม่รู้
ทักษะการจดโน้ตที่ทรงพลัง
สามารถทำได้โดยการเขียนไมนด์แมป...แผนที่ความคิด คือการเอาความรู้มาสรุปรวมเป็นหมวดหมู่ เพิ่มการใช้สี และใช้รูปภาพมาประกอบ ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ทักษะการจำแม่น จำได้นาน จำได้ทุกรายละเอียดที่สำคัญ
หัวใจของการจำได้ดีอยู่ที่การป้อนข้อมูลเข้าความทรงจำ สามารถทำได้โดย เมื่อเราได้ยินหรือได้เห็นข้อมูลใดให้เราพุ่งความสนใจของเราทั้งหมดไปที่ข้อมูลนั้น เป็นการเพ่งสมาธิและสติของเราทั้งหมดไปที่จุด ๆ เดียว และที่สำคัญต้องอารมณ์ต้องดีด้วย เพราะความจำใด ๆ ที่มาคู่กับอารมณ์ เราจะจำได้แม่นยำเป็นพิเศษ และถ้าต้องการแม่น ๆ แบบถาวรมีกฎการจำแบบสร้างเส้นสมองใหม่ว่า เราต้องตอกย้ำข้อมูลที่จะจำบ่อย ๆ ด้วยการอ่าน บ่อย ๆ ฟังบ่อย ๆ สนทนาบ่อย ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เราอยากจำ ให้ข้อมูลเข้าสู่สมองในรูปแบบต่าง ๆ กัน
ทักษะการฟังอย่างมีคุณภาพ
การฟังอย่างมีคุณภาพมีลักษณะคล้ายกับการจำ คือการที่เรากำหนดใจของเราไว้ที่ข้อมูลเพียงข้อมูลเดียวโดยไม่วอกแวก นั่นคือการทำสมาธิ หรือไม่ถ้าอาจารย์แจกเอกสารมาล่วงหน้าควรศึกษาข้อมูลนั้นไว้ก่อนเข้ห้องเรียน
เทคนิคการเรียน
1. วางแผนชีวิตตั้งแต่วันแรกที่ปิดเทอม ศึกษาตำราโดยอ่านผ่านตาทุกเล่ม มองให้เห็นภาพรวม
2. ผูกมิตรกับหนังสือเรียน อ่านบ่อย ๆ และพกติดตัวเสมอ
3. เรียนเทคนิคการอ่านเร็ว
4. เรียนเทคนิคการจดโน้ตอันทรงพลัง
5. ถ้ากลัวครูให้วิ่งเข้าหาบ่อยๆ จนหายกลัว
6. ลดเวลาการคุยโทรศัพท์
7. ลดเวลาการตอบอีเมล
8. งดหรือลดดูโทรทัศน์ถ้าเป็นไปได้
9. ออกกำลังกายทุกอาทิตย์
10. ใช้เวลาให้คุ้มค่าในชีวิตการเรียนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย
11. หาวิธีการจัดการอารมณ์
12. ฝึกรับคำติชมให้ได้
13. ถ่อมตัวไปตลอดชีวิต “จงคิดเสมอว่าในโลกนี้มีคนห้าคนที่จะฉลาดกว่าเราเสมอ หนึ่งคือ ครูของเรา สองคือรุ่นพี่ สามคือเพื่อนของเรา สี่คือเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง และห้าคือคนแปลกหน้าที่เราพบได้ทั่วไป”

ควรฝึกคิดสวนกระแส ฝึกคิดนอกกรอบ ฝึกคิดให้ต่างจากสังคมในแง่ที่สร้างสรรค์
หลักการทำงานต้องคิดอยู่เสมอว่า งานทุกชิ้นต้องมีที่มาที่ไปและต้องมีหลักฐานรองรับทางวิทยาศาสตร์
ข้อคิดเรื่องการสอบ
การสอบปลายภาคแบบภาคปฏิบัติ ให้ทำงานร่วมกันทั้งโรงเรียนชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่ง โดยสอบเต็มวัน ซึ่งมีผู้ปกครองเป็นผู้ให้คะแนน คะแนนได้มาจากการที่นักเรียนอธิบายการทำงาน กระบวนการคิด

เตรียมความพร้อมแบบนักเรียนมืออาชีพ
1. ตั้งเป้าไว้ว่าต้องได้ A
2. ศึกษาคำอธิบายรายวิชา
3. สร้างปฏิทินการเรียนส่วนตัว (ครูควรมีกำหนดการส่งงานที่ชัดเจนตลอดทั้งเทอม)
4. เปิดผ่านตาทุกหน้า
5. เข้าเรียนก่อนห้านาที
6. หาปากกาคู่ใจ
7. หัดใช้ร่างกายทั้ง 2 ซีก
8. สำหรับผู้หญิงควรกินวิตามินซึ่งเป็นน้ำมันจากดอกพริมโรส ช่วยอาการปวดท้องประจำเดือน
9. กินวิตามินรวมเป็นประจำ
10. ฉลาดในการเลือกรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และลดความอ้วน
11. เปลี่ยนน้ำโปรดเป็นน้ำเปล่า
12.กินของโปรดก่อนเข้าเรียน
13. ยกย่องครู รักครู ช่วยเหลือครู มีน้ำใจ
14. จัดห้องหับสำหรับอ่านหนังสือ
เวลานักเรียนมืออาชีพอยู่ในห้องเรียน
15. ใช้ปากกาสายรุ้ง
16. รู้ใจครูและดูแลเอาใจครู
17. ใช้ที่อัดเสียง หรือบันทึกเสียง บันทึกการสอน
18. นั่งหน้าห้องป้องกันหลับใน
19. หาวไม่เสียหาย เป็นการเพิ่มออกซิเจนให้สมอง แต่ต้องสุภาพ
20. จัดโต๊ะเล็กเชอร์ให้น่าเรียน
21. ใช้สมุดจดไม่มีเส้น
หลังเรียนเตรียมตัวสอบ
22. ถอดรหัสลับ โดยการถอดและตีความให้เป็นภาษาของเราเอง
23. ทบทวน ทบทวน ทบทวน
24. นั่งฟังเสียงครูในรถ / กลับบ้าน
25. ฝึกท่องหนังสือในที่อึกทึก
26. เรียนแบบวิ่งแข่งร้อยเมตร เนื่องจากสมองทำงานได้ดีในช่วงสั้น ๆ พกสักครู่แล้วทำงานต่อ
27. ใช้เวลาซ่อนเร้นให้เป็นประโยชน์
28. โน้ตกาวแถบจิ๋ว โน้ตย่อนอกเล่ม
29. เข้ายิมไปท่องหนังสือ
30. ฝึกใช้โน้ตย่อกระดาษแข็ง “โน้ตการ์ด”
31. เทคนิคสอบได้เพราะจำแม่น เวลาท่อง ก็ต้องทั้งจำข้อมูลที่เป็นตัวอักษร แต่ให้จินตนาการให้ได้ด้วยว่าเราอ่านมาจากตรงไหน ข้อมูลนี้วางอยู่ตรงไหนของหน้าหนังสือ
32. ท่องหนังสือ อีกมืออย่าลืมถือปากกา
33. ใช้วิธีการท่องหนังสือแบบใหม่ ๆ สนุก ๆ แปลก ๆ มีอีกหลายวิธีในการท่อง เช่น ท่องเก็บไปเรื่อย ๆ ท่องไปจดไป ท่องแล้วหลับตาจินตนาการ ท่องไปเดินไปตะโกนไป ท่องในที่ที่เรามีความสุข ท่องคู่กับเพื่อน ท่องในที่ที่หลับไม่ได้ ท่องไปกินไป
34. ติวให้เพื่อนแล้วเราสมองดี
35. ดูโหงวเฮ้ง ท่องหนังสือ เดาข้อสอบ
36. ค้นหาเวลาที่สมองของเราสามารถทำงานได้ดีที่สุด
ชิล ชิล ในห้องสอบ
37. ไปถึงก่อนสักชั่วโมงหาห้องสอบให้เจอก่อน
38. แต่งตัวปิ๊งวันไปสอบ
39. อัพแอนด์ดาวน์ก่อนเข้าห้องสอบ
40. มีสมาธิก่อนการสอบ
41. ใช้เวลาเขียนสิ่งที่จำได้ก่อนสอบ เช่นสูตรต่าง ๆ
หลังสอบเสร็จ
42. อย่าเพิ่งโยนหนังสือทิ้ง
43. ให้รางวัลตัวเอง
44. รีบให้รางวัลครอบครัวด้วยการให้เวลาคุณภาพ
ทั้งหมดที่กล่าวมาถ้าอยากประสบความสำเร็จ เราต้องมี “สมาธิ” ยึดคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า